เปิดตำนาน "ชักอีโบย" ทรงผมเจ้าสาวภูเก็ต
เอกลักษณ์แห่งวิวาห์บาบ๋าเพอรานากัน
เจ้าสาวภูเก็ตสมัยก่อนจะต้องเกล้าผมตามขนบธรรมเนียมวันแต่งงานแบบโบราณที่เรียกว่าทรง "ชักอีโบย" ข้างหน้าจะเรียบตึง ข้างๆจะโป่งออกเรียกว่า "อีเปง" ส่วนด้านหลังจะโป่งออกเรียกว่า "อีโบย" ส่วนด้านบนหัวก็จะสวม "ฮั่วก๋วน" หรือมงกุฎดอกไม้ไหว ที่ประดิษฐ์จากดิ้นเงินดิ้นทองเป็นดอกไม้ไหว หรือเรียกว่า "ดอกเฉงก๊อ" และลูกปัดแก้ว-ทอง
จากที่สัมภาษณ์กับโกทุ่ย
ผม: เมื่อก่อนที่เขาไม่ฉีดสเปรย์เขาใช้อะไรครับ
คุณขนัด: "กาโต้ฮัว" เป็นเปลือกไม้แข็งชนิดหนึ่ง เอามาต้มมันจะออกมาเหมือนเป็นเจลสมัยนี้เลย
คุณขนัด: นี่เขาเรียก ชักอีเปง (ผมด้านข้าง)
ผม: อีเปง คือ?
คุณขนัด: คล้ายๆปีกนกไง สมัยโบราณ เขาเปรียบเสมือนนกนั่นแหละ
ผม: ชักอีโบย กับ อีเปง มันต่างกันอย่างไรครับ?
คุณขนัด: อีโบย นี่มาข้างหลัง จะเรียกว่าชักอีโบย นี่ไงข้างๆจะเรียกว่า อีเปง
ตอนนี้เขาจะชักอีโบยละนะ
นี่เขาเรียก หอยโข่ง (ด้านบน)
เวลาเสร็จแล้ว (หลังออกงานเสร็จแล้ว) ผมเจ้าสาวจะชักออกมา แล้วใช้หวีแปรงออก เอาครีมนวดขยำๆ แล้วก็ล้างออกถึงจะหลุดหมด
ผม: สมัยนี้ไม่มีคนทำแบบนี้แล้ว?
คุณขนัด: หายไปหมดแล้วภูเก็ต
ผม: แล้วโกยังจำมาได้ยังไงครับ?
คุณขนัด: ก็เอาคนโบราณเขามาสอนในร้านเลย พอดีจะทำแฟชั่นโชว์ไปที่สมาคมสตรี
ผม: ทรงผมนี้เขาใช้ไปงานอะไรครับ
คุณขนัด: วันแต่งงาน เฉพาะเจ้าสาว คนอื่นเขาจะไม่ทำ(ทรงผมนี้)กัน เห็นบางคนใส่เสื้อคอตั้ง แขนจีบ ใส่ดอกไม้ไหว ไม่ใช่นะ ดอกไม้ไหวจะใส่เฉพาะเจ้าสาว
ผม: ชักอีโบย หรือ อีเปง ยากสุดครับ?
คุณขนัด: ตอนชักอีโบยนี่แหละจะยาก จริงๆแล้วในสมัยโบราณทรงผมแบบนี้เป็นของแขก แล้วแขกมาแต่งงานกับคนจีน (จึงทำให้คนจีนภูเก็ตใช้วัฒนธรรมนี้สืบมา)
